• Sat. Nov 27th, 2021

ข่าววันนี้ อ่านข่าวล่าสุด สรุปข่าวรอบวัน – yedconline.org

ข่าว อ่านข่าววันนี้ ข่าวล่าสุด สรุปประเด็นข่าวรอบวันที่น่าสนใจ ข่าวโควิด-19 ข่าวชุมนุม ข่าวด่วน ข่าวต่างประเทศ เศรษฐกิจ ล่าสุด

ความมันส์จะกลับมา! 5 เหตุผลที่แมนยูควรจะตั้ง “ร็อดพบร์ส” แทน “โซลชา”

Byinfo

Nov 9, 2021

ระยะนี้ดูเหมือนจะมาแรงกว่าคนไหนกันเพื่อนพ้องสำหรับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ เลสเตอร์ ซิตี้ กับการเช็ดกมองยอดเยี่ยมในกุนซือที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็งดึงมาคุมกลุ่ม ถ้าตัดสินใจปลด โอเล่ กุนท้องนาร์ โซลชา พ้นตำแหน่งนายใหญ่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งแน่นอนว่า ในกรุ๊ปแฟนบอล “อสุรกายแดง” มีทั้งยัง “เอานะ” แล้วก็ “ไม่เอา” โดยเหตุผลของฝ่ายหลังหลักๆก็หนีไม่พ้นการที่ ร็อดเจอร์ส เคยคุมกลุ่มคู่ปรับนิรันดรอย่าง หงส์แดง มาก่อน แถมเป็นผู้ฝึกสอนที่ยังไม่ได้ถูกจัดอยู่ในระดับหัวแถวของแวดวง หรือมีดีกรีคู่ควรที่จะเป็นกุนซือให้กับชมรมที่ยิ่งใหญ่อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด

แม้กระนั้น ตลอดตอน 10 ปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ร็อดเจอร์ส ก็ได้บ่งบอกถึงแล้วว่า เขาเป็นกุนซือฝีมือเยี่ยม แล้วก็มีสไตล์ทำทีมที่น่าดึงดูดคนหนึ่ง แม้ว่ายังไม่อยู่ในระดับเดียวกับตัวท็อปๆอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, เจอร์เก้น คล็อปป์ หรือ อันโตนิโอ คอนเต้ ก็ตาม แล้วก็นี่เป็น 5 เหตุผลย้ำๆที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรลองดึง กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือวัย 48 ปี มาคุมทัพ

– สามารถสานต่องานจาก โซลชา ได้

man1

แน่นอนว่า ชื่อของ ซีเนดีน ซีดาน แล้วก็ เอริค เทน ฮาก อาจดูน่าสนใจจิตใจกว่า แต่ว่าการมาของพวกเขานั้น “อสุรกายแดง” บางครั้งก็อาจจะต้องมีการ “เปลี่ยนครั้งใหญ่” อีกรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องขุมกำลังนักเตะ แต่ว่าสำหรับ ร็อดเจอร์ส แล้ว เหมาะสมอย่างยิ่งกับการทำกลุ่มตามแผนการระยะยาวที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังทำอยู่ปัจจุบันนี้ เพราะที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขามีครบทุกอย่างอยู่แล้ว แถมทำงานโดยที่ไม่ต้องกดดันมากมายด้วย แล้วก็ที่สำคัญ ร็อดเจอร์ส เป็นกุนซือที่ย้ำปั้น, ชอบปรับปรุงของที่มีอยู่ และไม่ได้ใช้เงินสิ้นเปลืองไปกับการเสริมทัพ ซึ่งจุดนี้บอร์ดบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด คงจะโอเคมากๆซึ่งถ้าหากว่าพวกเขาพร้อมที่จะให้เวลาทำงาน เหมือนกับที่ให้กับ โซลชา ล่ะก็… ร็อดเจอร์ส ถือเป็นตัวเลือกที่น่าดึงดูดทีเดียว

– เกมรุกเร้าใจแน่

man2

แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด หลายคนคงหัวเสีย แล้วก็อึดอัดไม่น้อยกับสไตล์การทำกลุ่มของ โซลชา ที่ไม่ดุดันมากพอ ทั้งที่ในกลุ่มมีกรุ๊ปผู้เล่นแนวรุก ซึ่งคงจะโหดสุดในลีกเลยก็ว่าได้ เมื่อเห็นชื่อของนักเตะอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เอดินสัน คาวานี่, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล รวมถึงจอมทัพคนเก่งอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งปัญหาที่ตรงนี้บางครั้งก็อาจจะถูกปลดล็อกโดย ร็อดเจอร์ส เพราะที่ผ่านมานั้น เขามีสไตล์การทำกลุ่มที่ดูสนุกสนาน เร้าใจ ไล่ตั้งแต่ตอนคุม สวอนซี ซิตี้ มาจนกระทั่ง หงส์แดง แล้วก็ เซลติกรัม.. อย่าลืมครับว่า ในช่วงฤดูกาล 2013/14 ที่ หงส์แดง ตกม้าตาย ถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก นั้น เขานำทัพ “หงส์แดง” ซึ่งมี หฝ่าส์ ซัวเรซ แล้วก็ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เป็นเครื่องจักรผลิตสกอร์ เข้าป้ายชั้นสอง แล้วก็ทำเป็นถึง 101 ประตู!!! ลองจินตนาการดูแล้วกันครับว่า มันจะโหดแค่ไหน ถ้าเขามีนักเตะกรุ๊ปที่ว่าเอาไว้ตอนแรกอยู่ในกำมือ

– มีประสบการณ์ใน พรีเมียร์ลีก

man3

ถ้าเลือกผู้ฝึกสอนบิ๊กเนมคนอื่นๆอาจต้องให้เวลาพวกเขาสำหรับการปรับตัว แต่ว่าประเด็นนี้ไม่มีความจำเป็นสำหรับ ร็อดเจอร์ส ที่มีประสบการณ์เพียบในเวที พรีเมียร์ลีก (257 เกม) แถมคุมชมรมมาแล้วทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นชมรมเล็กๆอย่าง สวอนซี ซิตี้, กลางๆอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ในขณะนี้ หรือชมรมยักษ์ใหญ่อย่าง หงส์แดง ด้วยเหตุนี้ถ้ากล่าวถึงเรื่องประสบการณ์ในลีกแห่งนี้ คงไม่มีอะไรน่าวิตกสำหรับ ร็อดเจอร์ส

– ดีกรีพอได้

man5

หลายท่านบางครั้งก็อาจจะไม่มีค่า ร็อดเจอร์ส ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการ “แผ่วๆปลาย” หรือเป็นกุนซือที่ชอบฟอร์มหลุดในตอนโค้งสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นตอนคุม หงส์แดง ที่วืดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2013/14 หรือสองฤดูกาลปัจจุบันกับ เลสเตอร์ ที่เจ้าตัวพาทีมหลุดจากโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างน่าเสียดาย แต่ว่าอย่าลืมว่า ร็อดเจอร์ส บรรลุผลสำเร็จเป็นอย่างมากตอนคุม เซลติก ตอนระหว่างปี 2016-2019 เพราะในระยะเวลาเกือบจะๆ3 ปีตรงนั้น เขาพาทัพ “ม้าลายเขียว-ขาว” คว้าแชมป์ สกอตติช พรีเมียร์ชิพ 2 ยุค, สกอตติช คัพ 2 ยุค แล้วก็ สกอตติช ลีก คัพ 3 ยุค รวมๆแล้ว ร็อดเจอร์ส ได้แชมป์ถึง 7 รายการ ในถิ่น เซลติก พาร์ค หากแม้เป็นการคุมกลุ่มในลีกไม่ยากอย่าง สกอตแลนด์ แต่ว่าการบรรลุผลระดับนี้ นับว่าไม่ธรรมดาเลย แถมฤดูที่แล้วได้แชมป์ เอฟเอ คัพ กับทัพ “สุนัขจิ้งจอกประเทศไทย” ด้วย

– กล้าได้ กล้าเสีย

man6

อย่างที่บอกไปในข้อที่แล้ว แม้ว่า ร็อดเจอร์ส ถูกมองเป็นกุนซือจอมแผ่วๆปลาย แต่ว่าในเรื่อง กล้าได้ กล้าเสีย นั้น ต้องชูให้เขา เพราะการนำกลุ่มอย่าง เลสเตอร์ ขึ้นมาอยู่ในกรุ๊ปบนตาราง แล้วก็สามารถประมือกับชมรมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, หงส์แดง, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล แล้วก็ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้อย่างใกล้เคียงตลอดตอนสองฤดูที่ผ่านมา ถือเป็นภาพสะท้อนให้มีความเห็นว่า ร็อดเจอร์ส เป็นกุนซือที่พร้อมบวกอยู่แล้ว ไม่มีคำว่า “กลัว” อยู่ในหัวแน่นอน ซึ่งจุดนี้ถือเป็นแคแรคเตอร์ที่ดีในการเป็นกุนซือ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *